5 ข้อปฏิบัติเข้าห้องน้ำสำหรับคุณแม่มือใหม่ เพื่อลูกน้อยที่ปลอดภัย

5 ข้อควรปฏิบัติ ขณะเข้าห้องน้ำสำหรับคุณแม่มือใหม่ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และป้องกันลูกน้อยในครรภ์จากอันตราย หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ที่อาจเกิดขึ้นได้ในห้องน้ำ

ระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษของผู้หญิงหลายคน เพราะมีอีกหนึ่งชีวิตได้ถือกำเนิดขึ้น คุณแม่ทุกคนจึงต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง และปลอดภัยมากที่สุด เพื่อให้ลูกน้อยได้เกิดมาดูโลกอย่างปลอดภัย โดยห้องน้ำถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ต้องให้ความใส่ใจระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นสถานที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้งทาง TOTO จึงมี 5 ข้อควรปฏิบัติขณะเข้าห้องน้ำสำหรับคุณแม่มือใหม่ มาแนะนำคุณแม่มือใหม่ทุกคนให้ใช้งานห้องน้ำได้อย่างปลอดภัย

1. คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรเข้าห้องน้ำคนเดียว

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรเข้าห้องน้ำคนเดียว

ระหว่างการตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าห้องน้ำคนเดียว หรือล็อกประตูขณะเข้าห้องน้ำ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุหรือต้องการความช่วยเหลืออื่น ๆ ผู้ที่อยู่ภายนอกก็จะเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้ภายในห้องน้ำควรมีราวจับเพื่อความปลอดภัย และก่อนเข้าห้องน้ำควรตรวจสอบก่อนว่าพื้นแห้งสนิทดีหรือไม่ เพื่อป้องกันการลื่นหกล้ม อีกทั้งควรระวังพื้นต่างระดับที่อาจทำให้สะดุดและเกิดอุบัติเหตุตามมาได้

 

2. ปิดฝาโถสุขภัณฑ์ก่อนกดชำระล้าง

 

ปิดฝาโถสุขภัณฑ์ก่อนกดชำระล้าง

 

เนื่องจากการกดชำระล้างโถสุขภัณฑ์แต่ละครั้งอาจมีละอองน้ำ หรือเชื้อโรคที่มองไม่เห็นกระเด็นขึ้นมารอบ ๆ ตัวคุณแม่ได้ อีกทั้งเชื้อโรคบางชนิดก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อภายในอากาศได้ เช่น เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งเป็นที่มาของโรคโควิด-19 ซึ่งเชื้อโรคบางชนิดก็อาจเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจหรือปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้นคุณแม่ควรปิดฝาโถสุขภัณฑ์ก่อนจะกดชำระล้างเพื่อลดโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคที่ฟุ้งกระจายขึ้นมา และควรออกจากห้องน้ำทันทีเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว

 

3. ล้างมือทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ

 

ล้างมือทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ

นอกจากการป้องกันตัวจากเชื้อโรคที่อาจกระจายขึ้นมาจากโถสุขภัณฑ์แล้ว สิ่งที่สำคัญหลังการเข้าห้องน้ำคือการล้างมือด้วยน้ำ และสบู่ตามขั้นตอนที่ถูกต้องจากนั้นเช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่ รวมถึงควรใช้กระดาษทิชชู่ปิดก๊อกน้ำ จับลูกบิดประตูหรือปุ่มล็อกประตูเพราะโดยส่วนมากชิ้นส่วนเหล่านี้มักเป็นส่วนที่มีเชื้อโรคเกาะติดอยู่ แม้ขั้นตอนเหล่านี้จะดูยุ่งยากเป็นพิเศษแต่ก็ช่วยให้คุณแม่ และลูกในครรภ์อยู่ห่างไกลจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่มองไม่เห็นได้มากขึ้นเลยทีเดียว

ทั้งนี้เพื่อสุขอนามัยที่ดีของคุณแม่การติดตั้งก๊อกน้ำที่ใช้เซ็นเซอร์อัตโนมัติก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดการสัมผัสกับเชื้อโรคที่มองไม่เห็นได้เป็นอย่างดี เพราะคุณแม่สามารถใช้งานก๊อกน้ำอัตโนมัติโดยไม่ต้องสัมผัสกับตัวก๊อกเลยทำให้ล้างมือได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นและยังห่างไกลจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เป็นอันตรายอีกด้วย

 

4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยาล้างห้องน้ำ

หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยาล้างห้องน้ำ

น้ำยาล้างห้องน้ำส่วนใหญ่มักผลิตจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการล้างห้องน้ำเพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกน้ำยากระเด็นใส่ร่างกายแล้วก็ยังเสี่ยงต่อการสูดดมกลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีกลิ่นฉุน และอาจส่งผลอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้เช่นกัน ไม่เพียงแต่น้ำยาล้างห้องน้ำเท่านั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีร้ายแรงทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ฟอกขาว กำจัดแมลงและสารระเหยประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ขณะล้างห้องน้ำคุณแม่ยังต้องอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งยอง ๆ ก้มหรือเงยหลายครั้งจนอาจเกิดอาการหน้ามืด ส่งผลให้เกิดอันตรายได้ง่ายและยังเสี่ยงต่อการลื่นล้มจากความเปียกลื่นภายในห้องน้ำระหว่างทำความสะอาดอีกด้วย

 

5. แช่น้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสม

 

แช่น้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสม

เนื่องจากการตั้งครรภ์ส่งผลให้ร่างกายมีฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งจะส่งผลต่อความเครียดและอารมณ์ของคุณแม่ การแช่น้ำจึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยเพื่อผ่อนคลายความเครียด อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงอุณหภูมิน้ำเพราะหากไม่ปรับให้เหมาะสมแล้วอาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดีต่อตัวคุณแม่ได้

โดยปกติแล้วร่างกายของผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดีจะมีอุณหภูมิภายในร่างกายอยู่ที่ 37.2 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปที่มีสุขภาพดี  ควรแช่น้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 37-37.7 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 15 นาที ความร้อนระดับนี้ถือว่าไม่ร้อนมากจนเกินไปและไม่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงจนเกินระดับที่ปลอดภัย เพราะหากอุณหภูมิภายในร่างกายสูงเกินไปจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและเลือดสูบฉีดมากขึ้นทำให้ลูกน้อยเกิดภาวะเครียดได้ โดยหากแช่น้ำร้อนเกินไปในช่วง 3 เดือนแรก ก็อาจทำให้ทารกเสี่ยงต่อการเกิดโรคความบกพร่องของกระดูกไขสันหลังได้

นอกจากนี้ในกรณีที่ต้องการแช่น้ำเพื่อความผ่อนคลายก็ควรมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีคราบสบู่หรือแชมพูที่หลงเหลืออยู่ในอ่างเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งควรระมัดระวังเป็นพิเศษขณะก้าวข้ามขอบอ่างอาบน้ำ รวมถึงควรมีแผ่นกันลื่นวางข้างอ่างเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากความเปียกลื่นอีกด้วย

 

ถึงแม้ว่าจะมี ข้อควรปฏิบัติขณะเข้าห้องน้ำสำหรับคุณแม่มือใหม่อยู่หลายข้อ แต่ก็เพื่อความปลอดภัยทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่มากยิ่งขึ้น เช่น ฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET จาก TOTO ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและเสริมความปลอดภัยให้กับคุณแม่มือใหม่ได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET มาพร้อมกับก้านฉีดชำระอัตโนมัติช่วยทำความสะอาดหลังทำธุระส่วนตัวโดยไม่ต้องหันไปหยิบสายฉีดชำระและยังห่างไกลจากเชื้อโรคด้วยระบบทำความสะอาดก้านฉีดชำระอัตโนมัติทั้งภายในและภายนอกด้วยน้ำสะอาดและ EWATER+ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพิเศษจาก TOTO ซึ่งช่วยทำลายเชื้อโรคที่มองไม่เห็นโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี อีกทั้งการใช้ก้านฉีดชำระอัตโนมัติยังป้องกันน้ำหยดจากสายฉีดชำระที่อาจหยดลงบนพื้นทำให้เกิดความเปียกลื่นซึ่งอาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

5 ข้อควรปฏิบัติขณะเข้าห้องน้ำสำหรับคุณแม่มือใหม่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ห้องน้ำให้กับคุณแม่ได้มากขึ้น เพื่อปกป้องลูกน้อยให้ครรภ์ให้ห่างไกลจากอุบัติเหตุหรืออันตรายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในห้องน้ำนั่นเอง

 

 

ที่มา:

>> https://www.healthline.com/health/pregnancy/pregnancy-bathtub#takeaway

>> https://www.thaihealth.or.th/Content/29353-แนะหญิงมีครรภ์เลี่ยงสารเคมีในบ้าน.html

Other News

View All
Oct 21, 2021

10 ของใช้ในห้องน้ำ ซื้อติดบ้านไว้อุ่นใจแน่!

+
Oct 14, 2021

หมดปัญหาไม่ยกฝา! เตรียมตัวให้พร้อมก่อนติดตั้งโถปัสสาวะชาย

+
Oct 11, 2021

7 เคล็ดลับเนรมิตห้องน้ำโมเดิร์น ให้สวย เก๋ ทันสมัย

+
Please wait
Contact Us